ปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ระหว่างตั้งครรภ์

0   

ในระหว่างการตั้งครรภ์อาจทำให้คุณแม่เกิดความไม่สบายใจ ทั้งความวิตกกังวลต่าง ๆ สภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปและอารมณ์ที่แปรปรวน สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณแม่ขาดความกระตือรือร้นและไม่มีความสุขกับการมีเพศสัมพันธ์เท่าที่ควร แต่ก็ยังพบว่าปัญหาที่เป็นสิ่งกีดขวางต่อการมีเพศสัมพันธ์นั้นก็ยังมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ

  • รูปร่างที่เปลี่ยนไป เมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ในช่วงแรกคุณแม่อาจรู้สึกว่ามีความต้องการทางเพศลดลง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมาจากความรู้สึกของคุณแม่เอง พออายุครรภ์มากขึ้น เต้านมและหน้าท้องก็ขยายใหญ่ขึ้น เอวจะหายไป สะโพกจะขยายออก ต้นขาก็ใหญ่ขึ้น จึงทำให้คุณแม่บางคนขาดความมั่นใจ รู้สึกว่าตนเองอุ้ยอ้ายไม่น่าดู จึงทำให้อายที่จะเปิดเผยให้คุณพ่อได้เห็นรูปร่างที่เปลี่ยนไป ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจทำให้ความต้องการทางเพศของคุณแม่ลดลงได้ คุณพ่อควรแสดงออกถึงการเอาใจใส่ดูแล ให้กำลังใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคุณแม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงท่าร่วมเพศอาจจะพอช่วยในเรื่องนี้ได้ครับ
  • ไม่มีอารมณ์ทางเพศ ในช่วงการตั้งครรภ์อ่อน ๆ คุณแม่ส่วนใหญ่มัมีอาการแพ้ท้อง ทานอาหารไม่ได้ ร่างกายอ่อนเพลีย จิตใจซึมเศร้า จึงทำให้คุณแม่ยังไม่พร้อมที่จะมีความสุขในเรื่องนี้ แต่อาการเหล่านี้จะเริ่มหายไปในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งในช่วงนี้ คุณแม่จะเริ่มทานอาหารได้ รู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวาเหมือนเดิม ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น ในระยะนี้จึงทำให้คุณแม่มีความต้องการทางเพศสูงขึ้น และจะเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์จนถึงระยะใกล้คลอด ฮอร์โมนในระหว่างการตั้งครรภ์จะเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว คุณแม่จึงมีอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย บางทีก็สดชื่น บางครั้งก็ซึมเศร้าซึ่งจะมีผลต่อความรู้สึกทางเพศด้วย ถ้าคุณแม่รู้สึกเหนื่อยล้าหรืออ่อนเพลียก็ควรจะบอกกล่าวให้คุณพ่อได้รับรู้ด้วย ส่วนคุณพ่อก็ขอให้เข้าใจถึงเหตุผลของความสับสนทางอารมณ์ว่าเป็นเรื่องปกติและควรแสดงออกถึงความเข้าใจเห็นใจคุณแม่
  • ความวิตกกังวล คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ใหม่ ๆ มักมีอารมณ์แปรปรวน อ่อนไหว หงุดหงิด โกรธง่าย น้อยใจง่าย และอาจมีความวิตกกังวลมากเป็นพิเศษว่าการมีเพศสัมพันธ์จะไม่ปลอดภัยต่อลูกในครรภ์ จึงทำให้การมีเพศสัมพันธ์Pornที่มีความสุขและผ่อนคลายเกิดขึ้นได้ยาก อารมณ์ทางเพศจึงมีน้อยลง แต่เมื่อครรภ์แก่ขึ้น อารมณ์จะคงที่มากขึ้น ทว่าเมื่อถึงระยะใกล้คลอดคุณแม่ก็อาจเกิดความวิตกกังวลต่อการคลอดขึ้นมาได้อีก โดยเฉพาะเมื่อได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการคลอดที่ผิดปกติจากคนอื่น ๆ คุณแม่ก็เลยเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าความจริงนั้นเป็นอย่างไร เมื่อมัวแต่คิดกังวล อารมณ์ทางเพศก็เลยน้อยลงด้วย จึงมักแยกตัวจากคุณพ่อ พอแยกตัวเข้าจริงก็เกิดความว้าเหว่ หงุดหงิด เนื่องจากคนท้องมักจะต้องการคนคอยดูแลเอาใจใส่ หากคุณแม่ยังมีความกังวล เครียด และหงุดหงิด คุณแม่และคุณพ่อก็ควรจะพูดคุยปรึกษากัน เปิดเผยความรู้สึกและความคิดเห็นของแต่ละฝ่ายให้เข้าใจตรงกัน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรเก็บความวิตกกังวลในเรื่องนี้ไว้ในใจเพียงแต่ฝ่ายเดียว เพราะจะเป็นการปล่อยให้ปัญหานี้สะสมไปเรื่อย ๆ จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องปรึกษาคุณหมอเพื่อขจัดข้อกังวลต่าง ๆ ให้หมดไป
  • ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา เป็นอีกเรื่องที่มีผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ในขณะตั้งครรภ์อย่างมาก ในครอบครัวที่อยากมีลูก เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ทั้งคู่จะมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น จึงส่งผลให้การมีเพศสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับคุณพ่อบางคนที่ไม่อยากมีลูก การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคุณแม่และภาระที่จะเพิ่มขึ้นในการเป็นคุณพ่อ อาจทำให้เขารู้สึกไม่มีความสุข ไม่สนใจเอาใจใส่คุณแม่ และบางทีก็เกิดการนอกใจซึ่งนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีก เป็นต้นว่าคุณแม่ไม่สนใจดูแลลูกน้อยเพราะมัวแต่ไปตามหึงหวงสามี หรือคุณพ่อนำโรคติดต่อจากผู้หญิงอื่นมาสู่คุณแม่ ฯลฯ
  • ความรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัว ในระหว่างการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เต้านมและอวัยวะเพศของคุณแม่ขยายใหญ่ขึ้นและไวต่อการสัมผัสมากขึ้น ความรู้สึกเช่นนี้อาจทำให้คุณแม่บางคนรู้สึกอึดอัดรำคาญได้ในบางครั้ง แต่ก็มีผลให้ความต้องการทางเพศสูงขึ้นได้ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ เต้านมที่โตขึ้นจะทำให้คัดตึงและเจ็บได้ง่าย คุณแม่จึงควรอธิบายเรื่องนี้ให้คุณพ่อเข้าใจเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนที่รุนแรงเกินไปในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ เมื่อขนาดของครรภ์ใหญ่ขึ้น จะทำให้คุณแม่รู้สึกอุ้ยอ้ายอึดอัดและเป็นอุปสรรคต่อการมีเพศสัมพันธ์ คุณแม่ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในท่าที่กดทับหน้าท้อง ในบางครั้งอาการบวมของอวัยวะเพศก็อาจทำให้คุณแม่รำคาญได้เช่นกันโดยเฉพาะในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ จึงทำให้คุณแม่ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ ในกรณีนี้คุณพ่ออาจสัมผัสร่างกายภายนอกของคุณแม่ด้วยความรักใคร่ คุณแม่ก็มีความสุขแล้ว

ปัจจัยที่กล่าวมานี้ล้วนแต่มีผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ที่แตกต่างกัน ถ้าถามถึงสามีภรรยาแต่ละคู่ก็จะได้คำตอบที่แตกต่างกันไป เช่น ถ้าถามถึงความต้องการทางเพศของผู้ที่ตั้งครรภ์ใหม่ ๆ บางคู่ก็บอกว่าลดลง แต่สำหรับบางคู่ก็อาจมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น แต่เมื่อครรภ์แก่ขึ้น ความต้องการทางเพศของคุณแม่ส่วนใหญ่ก็จะลดลง ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ก็น้อยลง และความรู้สึกถึงจุดสุดยอดก็ลดลงไปด้วยตามอายุครรภ์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มิใช่ความผิดปกติแต่อย่างใด เพราะหลังจากคลอดแล้วทุกอย่างก็จะกลับสู่สภาพปกติเหมือนเดิมครับ

« »